“ไทเกอร์ วูดส์”กับการตื่นจากฝันร้ายอีกครั้ง

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีไฮไลท์ที่แฟนๆกอล์ฟทั่วโลกให้ความสนใจ

นั่นก็คือ การที่ ไทเกอร์ วูดส์ อดีตนักกอล์ฟมือ 1 ของโลกกลับมาลงทำการแข่งขันได้เป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน ในรายการ “ฮีโร่ เวิลด์ ชาลเลนจ์” ณ สนาม อัลบานี ระยะ 7,302 หลา พาร์ 72 เกาะบาฮามาส

ก่อนหน้านี้แชมป์เมเจอร์ 14 สมัย ไม่ได้ลงแข่งขันเลยนับตั้งแต่ถอนตัวจากรายการดูไบ เดสเซิร์ท คลาสสิก เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เหตุมีอาการบาดเจ็บหลัง และต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 3 ปี ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการจบในอันดับ 9 ร่วมของการแข่งขัน ส่วนแชมป์ตกเป็นของ ริคกี ฟาวเลอร์ มือ 9 ของโลกที่มีสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 270ด้วยผลการแข่งขันที่ออกมาถือเป็นการตื่นจากฝันร้ายของ วูดส์ อย่างแท้จริงเนื่องจากในปีนี้เขาต้องพบกับอุปสรรคมากมายทั้งในชีวิตส่วนตัว และอาชีพนักกอล์ฟจนเกือบจะลาวงการไปแล้ว

จุดเริ่มต้นของฝันร้าย
วูดส์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังมาตั้งแต่ปี 2014 และต้องรักษาด้วยผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือน ม.ค. ปี 2014 ก่อนที่จะต้องขึ้นเตียงผ่าตัดที่เดิมอีกครั้ง ในเดือน ก.ย. ปี 2015 อย่างไรก็ตามอาการบาดเจ็บของเขาไม่ดีขึ้น ส่งผลให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2016 และถือเป็นการผ่าตัด 3 ครั้งในรอบ 19 เดือน จนมีข่าวว่า เขาอาจจะไม่สามารถกลับมาเล่นกอล์ฟได้อีก
อย่างไรก็ตามหลังจากพักรักษาตัวถึง 15 เดือน นักกอล์ฟลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่อันดับร่วงไปอยู่ที่ 674 ของโลก ก็ได้กลับมาลงสนามอย่างเป็นทางการอีกครั้งในศึก ยูโรเปียน ทัวร์ รายการ “โอเมกา ดูไบ เดสเสิร์ท คลาสสิก” ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์อยู่แล้ว ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลังอีกครั้ง จนต้องขอถอนตัวกลางคัน และจากอาการบาดเจ็บนี้ก็ทำให้ วูดส์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นครั้งที่ 4 จนชวดลงชิงชัยในการแข่งขันรายการเมเจอร์อีก 3 รายการที่เหลือในปีนี้ทั้ง ยูเอส โอเพ่น, ดิ โอเพ่น และพีจีเอ แชมเปียนชิพ
เท่านั้นยังไม่พอเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โปรวัย 41 ปี ตกเป็นข่าวฉาวไปทั่วโลกอีกครั้งเมื่อถูกจับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมา หลังเจ้าตัวถูกพบขณะกำลังฟุบอยู่หลังพวงมาลัย โดยที่ไฟเบรกยังติดอยู่ ซึ่งส่งผลให้เขาต้องอยู่ในห้องขังถึง 7 ชั่วโมง
โดยการถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับดังกล่าว ถือเป็นครั้งที่ 2 ของ วูดส์ หลังเขาเคยถูกจับในข้อหานี้มาแล้วเมื่อปี 2009 อย่างไรก็ตามผลการพิจารณาพบว่า วูดส์ ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แต่อย่างใด แต่หมดสติเพราะฤทธิ์ยาที่ใช้รักษาอาการบาดเจ็บที่หลังของเขา ทำให้เจ้าตัวได้รับโทษแค่การคุมประพฤติเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

สภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้น
จากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งในเรื่องส่วนตัว และอาการบาดเจ็บซึ่งมาจนถึงเดือน ก.ย. แล้ว เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถกลับมาลงแข่งขันได้เมื่อไหร่ โดยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมไม่รู้ว่าอนาคตตัวเองจะเป็นอย่างไร เราต้องค่อยๆ ก้าวทีละก้าว ผมไม่รีบร้อน กำหนดการณ์ของผมขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์ผู้ผ่าตัด ผมยังคงฝึกซ้อมอยู่ และกำลังแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ” ซึ่งก็ถือเป็นการส่งสัญญาณให้แฟนๆกอล์ฟทั่วโลกได้รู้ว่า เวลาของ วูดส์ ที่เริ่มเทิร์นโปรเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1996 กับวงการกอล์ฟอาชีพนั้นใกล้จะหมดลงไปทุกที
แต่แล้วด้วยการรักษาแบบใจเย็น และทำตามที่แพทย์สั่งทุกอย่างแบบมีระเบียบวินัย ทำให้เกิดปาฎิหารย์กับโปรรายนี้อีกครั้ง เพราะอาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งในช่วงกลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา วูดส์ ระบุว่าเขาไม่มีอาการบาดเจ็บที่หลังแล้ว และพร้อมจะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง ในศึก “ฮีโร่ เวิลด์ ชาลเลนจ์” ที่ตนเองเป็นเจ้าภาพจัดงาน
โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกก่อนเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ว่า “ผมตื่นเต้นที่จะได้กลับมาลงแข่งกอล์ฟ รายการ ฮีโร่ เวิลด์ ชาลเลนจ์ อัลบานี เพราะเป็นสนามที่เหมาะที่สุดสำหรับการกลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง”
ถึงกระนั้นสื่อหลายสำนัก และแฟนๆของ “พญาเสือ” ทั่วโลกก็ยังเป็นกังวลว่า วูดส์ จะหายจากอาการบาดเจ็บแบบ 100 เปอร์เซนต์จริงหรือไม่ เพราะถ้าหากเขาลงแข่งด้วยสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และได้รับบาดเจ็บที่เดิมอีกครั้งทุกคนอาจจะไม่ได้เห็นอดีตโปรมือ 1 โลกคนนี้ลงทำการแข่งขันได้อีกเลย

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
และการแข่งขันรายการแรกนับตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.ของ วูดส์ ก็มาถึง ซึ่งวันแรกเจ้าตัวก็ได้โชว์วงสวิงที่หนักแน่น และการพัตต์ที่แม่นยำจนได้เสียงชื่นชมว่าเหมือนกับโปรที่ลงแข่งขันมาตลอดทั้งปี รวมถึงไม่มีอาการของผู้ที่เคยผ่าตัดหลังมาแล้ว 4 ครั้งแต่อย่างใด
โดยในวันแรกเจ้าตัวทำสกอร์ไป 3 อันเดอร์พาร์ 69 อยู่อันดับ 8 ร่วม ซึ่ง “พญาเสือ” กล่าวหลังจบวันว่า “ผมคิดว่าตัวเองเล่นได้ดีทีเดียว หลังจากไม่ได้ลงสนามมานาน ที่สำคัญคือการที่ผมเล่นได้อย่างสนุกสนาน”
และในวันที่ 2 จนถึงวันสุดท้าย เชื่อว่าแฟนๆที่ได้รับชมโปรจากแดนมะกันรายนี้ลงทำการแข่งขันอยู่ ก็จะได้เห็นว่าเขาลงเล่นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และไร้ความกดดันตลอดการแข่งขัน ซึ่งทำให้สุดท้ายแล้วเขาจบทัวร์นาเมนต์ในอันดับที่ 9 ร่วม ด้วยสกอร์ 4 วัน 8 อันเดอร์พาร์ 280 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีกว่าปีที่แล้วที่เขาคว้าอันดับ 15 รวมถึงจบอันดับได้ดีกว่านักกอล์ฟชื่อดังคนอื่นๆที่ทำผลงานได้ดีมาทั้งปี เช่น จัสติน โทมัส และดัสติน จอห์นสัน 2 โปรมือวางอันดับ 7 และ25 ของโลกตามลำดับ
หลังจบทัวร์นาเมนต์ วูดส์ กล่าวถึงการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ผมแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดี ผมตีลูกสวยๆ หลายช็อต ซึ่งผมพร้อมสำหรับอนาคตที่สดใส และปราศจากอาการบาดเจ็บหลัง ผมเคยเจอช่วงเวลายากลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมา สุดท้ายผมก็เอาชนะมาได้ และกลับมาลงแข่งอีกครั้ง”